วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทเรียนที่ 5 จักรราศีแห่งดวงชะตา

     ารแบ่งจักรราศี จะแบ่งออกเป็นวงกลม ที่เป็นวงกลมด้วยเหตุผลว่า วิถีการโคจรของโลกบนท้องฟ้า แล้วมาเขียนลงบนกระดาษ และแบ่งวงกลมนี้ออกเป็น 12 ส่วน แต่ละส่วนที่แบ่งออกมานั้นเรียกว่า ราศี แต่ละราศีมีชื่อกำหนดเรียกไว้ ดังนี้ เริ่มต้นที่ เมษ และวนทวนเข็มนาฬิกาไป พฤษภ มิถุน กรกฏ สิงห์ กันย์ ตุลย์ พิจิก ธนู มังกร กุมภ์ และสุดท้าย มีน ซึ่งเป็นชื่อเดือนในรอบปีพอดี ทั้งนี้เพราะพระอาทิตย์จะโคจรเข้าประจำราศีตามชื่อเดือน

จักรราศี

ราศีตรงนี้คือตายตัวไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องจดจำให้ได้เนื่องจากมีผลต่อการพญากรณ์ดวงจรในช่วงของเดือนซึ่งบทเรียนท้ายๆจะอธิบายเรื่องนี้ด้วยครับ และในราศีทั้งหมดนี้จะเริ่มนับราศีเมษที่เลข ๐ นะครับไม่ใช่ ๑ ดังนี้
  1. เมษ           ๐
  2. พฤษก       ๑
  3. มิถุน          ๒
  4. กรกฏ        ๓
  5. สิงห์          ๔
  6. กันย์          ๕
  7. ตุลย์          ๖
  8. พิจิก          ๗
  9. ธนู             ๘
  10. มังกร         ๙
  11. กุมภ์          ๑๐
  12. มีน            ๑๑

บทเรียนที่ 4 ดาวศุภเคราะห์และบาปเคราะห์

     ดาวที่ใช้ในโหราศาสตร์จะถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ถ้าให้เปรียบเทียบก็อาจจะหมายได้ว่า บุญ บาป คือ


     1.บาปเคราะห์ คำว่าบาปนั้นมาจาก ปาปะ แปลว่า ชั่ว ซึ่งให้ผลรุนแรง ทั้งคุณและโทษ ได้แก่ ดาวอาทิตย์ ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดาวราหู(ไม่มีดาวจริงเป็นเพียงเงาของโลก)


     2.ศุภเคราะห์ คำว่า ศุภะ แปลว่า ดีงาม ซึ่งให้ผลดี แต่ก็มีทั้งร้ายด้วยแต่ผลนั้นจะแสดงออกมาแบบนุ่มนวล เบาบาง ในทางโทษ ส่วนทางคุณผลก็ไม่รุนแรงเท่าบาปเคราะห์เช่นกัน ได้แก่ ดาวจันทร์ ดาวพุธ ดาวพฤหัส ดาวศุกร์

ซึ่งทั้งหมดนี้ยังมีอีก 2 ดวงที่จะใช้ในการพยากรณ์ก็คือ ดาวมฤตยู และ ดาวเกตุ(ไม่มีดาวจริงเช่นกัน)

     การทายผลการพยากรณ์จะให้น้ำหนักของดวงดาวด้วยว่าเป็นดาวบาปเคราะห์หรือศุภเคราะห์ ซึ่งถ้าการให้ผลทางด้านดี ดาวบาปเคราะห์จะให้ผลรุนแรง รวดเร็วกว่าศุภเคราะห์มาก เช่นดาวการเงินเป็นดาวอังคารซึ่งคือดาวบาปเคราะห์เวลาให้ผมด้านการเงินในทางที่ดีจะรวดเร็ว เงินจำนวนมากแต่ต้องแลกกับการต่อสู้ดิ้นรนตามหมายความของดาวอังคารนั้นคือบาปเคราะห์ แต่ถ้าศุภเคราะห์เป็นดาวการเงินแปลว่าดาวการเงินมาเรื่อยๆประเภทเสมือนเงินเก็บแต่จำนวนมันน้อยไม่มากซึ่งมันก็เข้ากับความหมายเป็นดาวแห่งศุภเคราะห์คือไม่ได้ดิ้นรนในการหาเงินมากนักดังนั้นรายได้จึงไม่มากเหมือนดาวบาปเคราะห์ แต่การทายนั้นต้องดูองค์ประกอบในเรื่องของภพเป็นหลักนะครับดาวบาปเคราะห์กับศุภเคราะห์เป็นเพียงความหมายประกอบเท่านั้นไม่ใช่เอาความหมายของศุภเคราะห์ บาปเคราะห์ ไปทายนะครับสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราวคือ ภพทั้ง 12 ภพซึ่งจะมีบอกในบทต่อๆไปที่ต้องติดตามกันนะครับ

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทเรียนที่ 3 บุคคลิกภาพแห่งดาว

     นหัวข้อนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับบุคคลิกของดวงดาว ลักษณะของดาวแต่ละดวงซึ่งนำไปสู่การพยากรณ์ได้ละเอียดยิ้งขึ้นได้

     พระอาทิตย์ ถือกำเนิดจาก ราชสีห์ ดังนั้น นิสัย ท่าทาง จิตใจ ก็จะเป็นราชสีห์คือ ท่าทางเชื่องช้า เต็มไปด้วยความสง่า แข็งแรง องอาจ มีความเป็นใหญ่ในหมู่สัตว์ทั้งหลาย รักความอิสระ ไม่ชอบอยู่ใต้อำนาจใคร รักเกียรติ มีอำนาจ มีศักดิ์ รักความยุติธรรม เสียสละ ชอลแสดงความเด่นหรือปมเด่น จนเหมือนอวดเก่ง จิตใจตื่นตัวเสมอ

     พระจันทร์ ถือกำเนิดจากนางฟ้า เลยมีนิสัย จิตใจของผู้หญิงคือ อ่อนหวาน นุ่มนวล ละเมียดละไม หวั่นไหว ตื่นกลัวง่าย แสนงอน ใจน้อย ชอบช่วยเหลือทุกข์ของผู้อื่น มีอารมณ์เร็วทั้งรักและชัง ชอบคิดฝัน เชื่อง่าย อบรมสั่งสอนง่าย

     พระอังคาร ถือกำเนิดจากควาย ดังนั้นจึงแข็งแรงอดทน ทำงานหนัก พยายามสูง ขยัน ถ้าโมโหจะรุนแรงขาดการยับยั้ง ต่อต้านต่อสู้ไม่คิดชีวิต ขาดไหวพริบ มีความกล้ามากถึงขั้นบ้า รักหมู่คณะ เปิดเผยไม่มีเล่ห์กล รักการต่อสู้ ชอบทำมากกว่าคิด

     พระพุธ ถือกำเนิดจากช้าง คือเชื่อฟังคำสั่งดี ฝึกหัดอบรมง่าย เชื่องช้า สุภาพ ช่างคิด มีความทรงจำแม่นยำ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและบุคคลอื่นๆได้ง่าย มีความเป็นมิตร

     พระพฤหัส เกิดจากฤาษี อันเป็นเจ้าแห่งศิลปวิชาการ คือชอบการเรียนรู้ แตกฉานในสิ่งที่เรียนโดยง่าย มักเป็นผู้มีวิชาการ เป็นนักวิชาการ ใฝ่ในบุญกุศล โอบอ้อมอารี อดทน ชอบคิดคำนึงมากกว่าทำ ชอบสั่งสอนอบรมผู้อื่น มีสัจธรรมและคุณธรรม

     พระศุกร์ เกิดจากวัวคือ สุภาพ อ่อนน้อม ใจเย็น รักสงบสันติ เชื่อง่าย อดทน ชอบอยู่เป็นหมู่คณะ มีความระมัดระวัง ขยันในกิจการงาน ยึดถือความรักเป็นที่พึง

     พระเสาร์ เกิดจากเสือ ระมัดระวังเข้มงวด สงสัยระแวงจัด ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ช่างสังเกตุ จำจดพยาบาทรุนแรง เคลื่อนไหวช้า อดทนต่อการรอคอยโอกาส ชอบสันโดด ไม่ชอบเข้าพวก มีความพิจารณาละเอียดถี่ถ้วน ยามโกรธโหดร้ายขาดความกรุณา

     พระราหู เกิดจากหัวผีโขมด จึงมีลักษณะดุร้าย มีเล่ห์เหลี่ยมยอกย้อน มัวเมาติดหลงในอบายมุขได้ง่าย ชอบเครื่องเซ่นของกำนัล ชอบการยกย่องสรรเสริญ ขาดระเบียบ คุณธรรม และศีลธรรม
     พระเกตุ เกิดจากพญานาค ชอบแสดงอิทธิฤทธิ์ กระทำในสิ่งน่าประหลาดและมหัศจรรย์ ชอบหลบซ่อน ซุกซ่อน เร้นลับ

แต่ความหมายที่กล่าวมาทั้งหมดี้เป็นเพียงความหมายส่วนน้อยที่กำหนดจากธรรมชาติของสิ่งที่มาสร้างเป็นเทวดา ความหมายของดาวยังมีอีกมากมาย เช่น จิตใจอุปนิสัย สถานที่ สิ่งของ อวัยวะของร่ายกาย โรคภัยไข้เจ็บ เพศ อาชีพ ตัวอักษร ซึ่งเดี๋ยวจะสอนกันในบทอื่นๆ